IT Updates

MARS หูฟังแปลภาษาแบบเรียลไทม์ รางวัล Best of Innovations

MARS หูฟังแปลภาษาแบบเรียลไทม์
รางวัล Best of Innovations จาก
งาน CES 2018

 

  หูฟังสเตอริโอไร้สายบลูทูธ MARS ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง LINE Corporation เจ้าของและผู้ดำเนินการแอปพลิเคชัน LINE messenger รวมถึงแพลตฟอร์ม
โซเชียลมีเดียอื่นๆ กับ NAVER Corporation
ซึ่งเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตชั้นนำของประเทศเกาหลี โดย MARS เป็นหูฟังแบบอินเอียร์ที่รวบรวมฟีเจอร์ที่มีประโยชน์ รวมถึงการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การทำงานร่วมกับ
Clova AI และการป้องกันเสียงรบกวนที่เหนือชั้นเพื่อให้มั่นใจว่าการใช้งานจะดีเยี่ยมแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดัง

  MARS รองรับการแปลได้ทั้งหมด 10 ภาษา ได้แก่ เกาหลี อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน สเปน ฝรั่งเศส เวียดนาม ไทย และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ MARS ยังแตกต่างจาก
หูฟังแปลภาษาอื่น ๆ เพราะ MARS ใช้ชุดหูฟังเพียงชุดเดียว เพื่อเชื่อมต่อกับการแปลแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม

  MARS ยังมีระบบป้องกันเสียงรบกวนโดยอัตโนมัติเพื่อลดเสียงรบกวนจากภายนอก และให้การจดจำเสียงได้ชัดเจนแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีสียงรบกวน และด้วยการวางไม
โครโฟนไว้ข้างในหูฟัง ทำให้สามารถรับเสียงของผู้ใช้โดยตรงผ่านช่องหู ป้องกันเสียงภายนอก ช่วยให้การฟังชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เช่นคอนเสิร์ต หรือบน
ถนนที่วุ่นวาย

   นอกจากนี้ MARS ยังเชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันด้วย Clova ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ได้รับการพัฒนาร่วมกันระหว่าง LINE และ NAVER ซึ่งจากการทำงานของ
Clova นี้เอง ผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการสตรีมมิ่งเพลงตรวจสอบสภาพอากาศ และควบคุมอุปกรณ์ IoT ได้โดยใช้คำสั่งเสียงง่ายๆ ที่สร้างขึ้นจากข้อมูล และเนื้อ
หาดิจิทัลที่กว้างขวางของ LINE Clova ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI แบบเดียวที่พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานสำหรับผู้ใช้ในเอเชีย

   MARS ยังเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ และบริการที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ LINE ได้พัฒนาขึ้น เช่นลำโพงสมาร์ทโฟนของ Clova WAVE รวมทั้งความร่วมมือกับผู้มีบท
บาทสำคัญของอุตสาหกรรมในเอเชียอย่าง Toyota, Yamaha, Sony Mobile, LG, Takara Tomy และ Family Mart โดยความมุ่งมั่นในการพัฒนาแพลตฟอร์ม
Clova AI นี้เป็นส่วนหนึ่งของลกลยุทธ์เชิงรุกของ LINE ต่อทิศทางของผู้บริโภคที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

   MARS มีกำหนดจะเปิดตัวในช่วงต้นปี พ. ศ. 2561 โดยจะมีวางจำหน่ายในเกาหลีก่อน โดยหลังจากนั้นจะเริ่มออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ต่อไป

เครดิต : www.aripfan.com

 

หูฟังไร้สาย Samsung กำลังขายอยู่ที่ 50 เหรียญ หรือ 1,xxx บาท !!

หูฟังไร้สาย Samsung กำลังขายอยู่ที่ 50 เหรียญ หรือ 1,xxx บาท !!

การมาของ Samsung’s Gear IconX อาจไม่ใช่ไม่ใช่หูฟังไร้สายที่ดีที่สุด แต่อย่างน้อยตอนนี้อาจเป็นราคาที่ดีที่สุดในขณะนี้.
ตอนนี้ Samsuung ได้วางจำหน่าย Samsung’s Gear IconX เวอรชั่น Original ในราคาเพียง 49.99 เหรียญ
หรือประมาณ 1,xxx บาท ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกได้ว่าทาง Samsung เตรียมโละสินค้ารุ่นดังกล่าว เพื่อรับการเปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่
ของ IconX จะออกมาในปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้

IconX เริ่มวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนปี 2016 และขายในราคา 200 ดอลลาร์ หรือประมาณ 6,xxx บาท ซึ่งถ้ามองจากภาพรวม
ทั้งหมดแล้วถือว่ามีราคที่แพง เกินไปสำหรับหูฟังรุ่นนี้ ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพ คุณภาพของเสียงและระบบสัญญาณ Blootooth จะดีเยี่ยม
แต่ในเรื่องแบตเตอรี่นั้นค่อนข้างแย่ เพราะ IconX สามารถสตรีมเพลง ได้เพียง 1 ชั่วโมงหรือ ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น แต่ทว่าหากปรับเปลี่ยนราคา
เหลือเพียง 50 เหรียญหรือประมาณ 1,xxx บาท ล่ะก็ถือว่าเป็นเป็นราคาที่ดีและคุ้มค่าไม่ใช่น้อย ช่วยให้มองข้ามปัญหาดังกล่าวได้

ซึ่งตัวโมลเดลใหม่ Samsung’s the IconX 2018 ที่เตรียมวางจำหน่ายได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาข้อบกพร่อง
ของแบตเตอรี่โดยเฉพาะ ซึ่งรูปแบบการดีไซน์ต่างๆยังคงเดิม แต่มีการปรับเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ที่สามารใช้งานได้ถึง 5 ชั่วโมง ซึ่งตัวเลข
ดังกล่าวนั้นสามารถใช้งานได้เหนือกว่าสินค้าของคู่แข่งอย่าง Airpod จาก Apple อีกด้วย

Credit : www.theverge.com

Family Link แอปที่ช่วยผู้ปกครองควบคุมแท็ปเล้ตของบุตรหลานสด ๆ จากระยะไกล

แอปพลิเคชันใหม่ของ Google ช่วยให้ผู้ปกครองเปลี่ยนแท็บเล็ต Android เก่า ๆ ให้เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับเด็ก

Family Link แอปดีมีประโชยน์ของครอบครัว ช่วยให้พ่อแม่สามารถมอบสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ตเก่าของตัวเองให้แก่เด็ก ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะดาวน์
โหลดอะไรจากเพลย์สโตร์ หรือค้นหาอะไรในออนไลน์จากประวัติเก่าๆ ของเรา เพียงแค่ต้องสร้างบัญชี Google สำหรับเด็กไว้และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
Family Link ชึ่งแอปนี้ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถอนุมัติหรือบล็อกแอปที่เด็ก ๆ ต้องการดาวน์โหลดจาก Play สโตร์ได้ จำกัดชั่วโมงการใช้งานมือถือต่อวันได้
สั่งห้ามใช้มือถือในช่วงที่ต้องการได้ และควบคุมการดาวน์โหลดแอพทุกตัว สั่งบล็อคไม่ให้ดาวน์โหลดแอพบางตัวได้ก็ได้  โดยเช็คจากหน้าจอและแอปที่พวก
เด็ก ๆ กำลังเข้าใช้ และสามารถทำการตั้งค่า จำกัด รวมถึง ล็อกอุปกรณ์ของเด็กจากระยะไกลได้เลยทันที


Google ตั้งเป้าไว้ที่ Fire Tablets แทปเล็ตของ Amazon ซึ่งจะทำให้แท็ปเล็ตนั้นเป็นมิตรกับเด็กทันที ด้วยแอป Family Link ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองตั้ง
ค่า  จำกัดอุปกรณ์บนหน้าจอได้ตลอดเวลา และผู้ให้บริการสามารถเรียกค้นข้อมูลเกี่ยวกับแอปที่เด็กใช้อยู่ แม้แต่เว็บไซต์ที่พวกเขากำ
ลังเข้าถึงอยุ่ นอกจากนี้ยังเปิดตัวแดชบอร์ดใหม่ ที่เน้นไปที่ผู้ปกครองในช่วงเดือนเมษายนนี้ แต่ตอนนี้ยังจำกัดเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น บ้านเราคงต้องรอไปก่อน

และตัวแอป Family Link ยังมีข้อจำกัดคือ สามารถใช้ได้บนแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 7.0 Nougat และ เวอร์ชั่น 6.0 Marshmallow หรือ Kit Kat ขึ้นไป
หรือสูงกว่าเท่านั้น ถ้าเป็น iPhone ก็ iOS 9 ขึ้นไป

ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันน่าสนใจ สำหรับผู้ปกครองที่มีลูกหลานในวัยเด็ก ๆ เล็ก ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ ขนาดนี้

ข้อมูล www.theverge.com / www.blognone.com

ลาก่อน...ฉันจะไม่ลืมเธอ เจ้าโปรแกรม Paint !!

32 ปีแล้วหรือนี่ !! ฉันจะไม่ลืมเธอ เจ้าโปรแกรม Paint !!

 

เตรียมโบกมือลาโปรแกรมกราฟฟิคคู่ใจ ที่อยู่คู่วินโดว์สมาตลอด 32 ปี

มีใครไม่รู้จักบ้าง โปรแกรมวาดรูป Paint โปรแกรมที่มีคู่วินโดว์สตลอดมา ตั้งแต่เวอร์ชั่น 1.0 หรือตั้งแต่ปี 1985 โน้นนนนนนน !!
Paint ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ทำงานกราฟฟิคแบบง่าย ๆ เร็ว ๆ ประมาณว่าเป็นโปรแกรมสามัญประจำเครื่อง ใช้เมาส์ ลาก ๆ ก็อป ๆ ง่าย ๆ เสร็จไว ๆ

โดยสมัยนั้น Paint เซฟได้แต่ไฟล์รุปภาพ นามสกุล สกุล Bitmap (.bmp) แล้วก็ PCX เท่านั้นเอง
เพิ่งจะมาพัฒนาจนเซฟเป็นไฟล์ JPEG ได้ในก็ในวินโดวส์ 98 เมื่อปี 1998 นี่แล้ว

จนเมษายน 2560 ที่ผ่านมา วินโดว์ส 10 ได้เปิดตัวโปรแกรมเพนท์ ทรีดี (Paint 3D) รุ่นใหม่ที่ คุณสมบัติไม่เหมือนเดิมและไม่ใช่การอัพเดท Paint แต่อย่างใด

และไมโครซอฟท์จะเลิกพัฒนา Paint และเตรียมนำออกจากวินโดว์ส ในอนาคต หลังตัวอัปเดต Windows 10 ที่ชื่อว่า Autumn !!

บ๊ายบายนะ โปรแกรมวาดรูปในตำนานของวินโดว์ส ที่อยู่คู่กับระบบปฏิบัติการมานานที่สุด เราจะคิดถึงเจ้านะ ขอบคุณที่อยู่กันมานานแสน นานนนน

 

 

ซื้อสินค้าไอทีง่ายดายแค่คลิ๊ก

www.itcityonline.com

9 สิ่งที่กำลังเปลี่ยน !? ขณะนี้เลย !!

9 สิ่งที่เปลี่ยนไปกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภายในบ้านปี 2017

By CK - July 17, 2017

 

9 สิ่งที่เปลี่ยนไปกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ภายในบ้านปี 2017
By CK - July 17, 2017
ก้าวสู่ช่วงครึ่งปีหลังของปี 2017 มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน ที่บางอย่างเพิ่งเริ่มต้น แต่บางอย่างก็มีการเคลื่อนไหว
ได้ลองใช้กันมาสักระยะหนึ่งแล้ว มาถึงตอนนี้มีเทคโนโลยีที่น่าตื่นเต้นมาให้สัมผัสกันตั้งแต่ต้นปี และเชื่อว่าตลอดทั้งปีนี้ จะมีอะไรใหม่ ๆ มาให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ภายในบ้านได้บันเทิงกันอย่างแน่นอนและไม่ซ้ำซากจำเจ

1. โน้ตบุ๊กหลากหลายฟังก์ชันยังคงมีมาให้เลือก
ต้องถือว่าในปัจจุบันความก้าวหน้าในการออกแบบโน้ตบุ๊กเป็นไปอย่างรวดเร็ว และการแสดงออกของผู้ใช้ในช่วงวันเป็นตัวกำหนดรูปแบบของโน้ตบุ๊ก
จึงไม่ต้องแปลกใจที่ในวันนี้คุณจะสามารถเลือกโน้ตบุ๊กที่เหมาะกับตัวของคุณเองได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กเล็กบางพกง่าย, Convertible โน้ตบุ๊ก
ปรับหมุน พับ กางหน้าจอได้อิสระ หรือจะเป็นโน้ตบุ๊กเล่นเกม การ์ดจอแรง หน้าจอใหญ่ ความละเอียดสูง โน้ตบุ๊กทำงานที่ประหยัดไฟ ความร้อนน้อย
หรือจะเป็นแบบถอดหน้าจอ กลายเป็นแท็บเล็ต คุณสามารถเลือกได้ตามที่ต้องการ หรืออย่างในงาน CES 2017 ที่ทาง Razer เผยโฉมโน้ตบุ๊ก 3 หน้าจอสำ
หรับเล่นเกม เจ๋งมั้ยล่ะ!

2. การ์ดจอต่อภายนอก External Graphic
เป็นเทคโนโลยีต่อยอดมาจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และเป็นรูปร่างมากขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น ใครที่เล่นเกมบนพีซีหรือโน้ตบุ๊กน่าจะได้ติดตามข่าวกันมาบ้าง
ไม่ว่าจะเป็น Razer Core, Power Color Devil Box, XG Station 2 ซึ่งถ้ายังนึกภาพไม่ออก อุปกรณ์ดังกล่าวนี้จะช่วยให้คุณสามารถเล่นเกมได้ดีขึ้น ซึ่งใน
เวลานี้มีให้เลือกนับ 10 รุ่นเลยทีเดียว แต่ราคายังสูงอยู่พอสมควร

3. แว่น VR
เป็นอะไรที่เรียกว่าเข้ามาให้เราได้สัมผัสกันราว ๆ 2 ปี แต่ในปี 2017 นี้จะได้ใช้กันอย่างจริงจังแน่นอน เพราะเริ่มลงตัวตั้งแต่คอมพิวเตอร์ที่สนับสนุน
VR ไปจนถึงหน้าจอแสดงผลที่เป็น VR Ready อีกด้วย ซึ่งถ้าว่ากันตามความสนุกแล้ว VR ให้ความสมจริงในการเล่นและสร้างความตื่นเต้นได้มากกว่า
ที่สำคัญปัจจุบันมีเกมสำหรับ VR เปิดตัวอยู่มากมาย ทั้งที่ฟรีและมีค่าใช้จ่าย VR Glass นี้มีให้เลือกหลายค่าย อาทิ Oculus Rift หรือ HTC Vive เป็นต้น

4. ชุดสำหรับ VR
VR Suit
ต่อยอดจากความมันสำหรับ VR นอกจากจะได้มองเห็นด้วยสายตาแล้ว เรื่องของการสัมผัสและการเคลื่อนไหวก็เป็นสิ่งจำเป็น ทั้งในเรื่องของ
การเคลื่อนไหวที่คล่องตัว ความปลอดภัยในระหว่างการเล่นและความสมจริง ดังนั้นชุดสำหรับการเล่น VR จึงน่าจะใกล้เข้ามาให้เราได้ใช้กัน
อย่างจริงจังในปี 2017 นี้ นอกเหนือจากแว่น VR ที่ใช้กันอย่างเต็มรูปแบบ ตัวอย่างเช่นชุดจาก HaptX Skeleton นี้

5. หน้าจอความละเอียดสูง (4K) เป็นมาตรฐาน
ความละเอียด Full-HD ที่เป็นพื้นฐานในวันวาน วันนี้ก้าวสู่ความละเอียดระดับ 4K อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น สังเกตได้จากคอนเทนต์ต่าง ๆ
รวมถึงมอนิเตอร์ที่ล้วนขยับความละเอียดไปที่ 4K กันมากขึ้นทุกขณะ เช่นเดียวกับการสนับสนุนของฮาร์ดแวร์ คอมพิวเตอร์ และยังมีอุปกรณ์
ประเภท PC Stick หรือ TV Box มาให้ได้เลือกกันมากมายในตอนนี้ ซึ่งพร้อมแล้วสำหรับการใช้งานบนหน้าจอแบบ 4K มากขึ้น

6. อุปกรณ์ส่วนใหญ่มาพร้อมไฟ LED RGB
เรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่เน้นไปทางแฟชั่นมากกว่า เพราะเวลานี้จะหันมองไปทางไหน ผู้ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ก็ให้ความสำคัญ
กับสิ่งที่เรียกว่า RGB LED นี้ ไม่ว่าจะเป็น เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง เมนบอร์ด เคส หรืออุปกรณ์ที่เป็น Accessories อื่น ๆ ก็ล้วนแต่เรืองแสงสวยงาม
ด้วยกันทั้งสิ้น ใครที่ชอบแสงเรืองรองสว่างสดใสในตอนเล่นเกม เตรียมตัวกันได้เลย

7. สนุกกว่า ด้วยอากาศยานไร้คนขับ
หรือที่เราเรียกกันติดปากว่าโดรน (Drone) ต้องถือว่าเป็นเครื่องเล่นที่สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย แม้ในช่วงแรกจะดูเป็นของเล่นที่ใช้ยาก
และสิ้นเปลือง แต่สนนราคาที่เริ่มต้นเพียงหมื่นกว่าบาท ก็ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจ นอกจากนี้บางรุ่นถูกออกแบบให้เล็กลงเหลือ
ประมาณฝ่ามือ จะถือออกมาบินตอนไหนก็ยังได้ ที่สำคัญเวลานี้มีการจัดแข่งขันบินจริง พร้อมใส่แว่นที่มองเห็นเสมือนเป็นคนขับมีแชมป์ระ
ดับโลกเป็นเดิมพัน จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า โดรนได้กลายมาเป็นของเล่นที่ดูจริงจังไปแล้วสำหรับปีนี้

8. โน้ตบุ๊กการ์ดจอคู่ พลังทะลุขีดจำกัด
เรื่องของโน้ตบุ๊กมาบ่อยหน่อย เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งของใช้ภายในบ้าน หลายคนเลือกมาใช้แทนเครื่องพีซี ก็ต้องเลือกใช้ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
การ์ดจอตัวเดียวคงไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป โน้ตบุ๊กบางรุ่นกลายเป็น Desktop Replacement เข้ามามีบทบาทมากขึ้น และโน้ตบุ๊กเกมมิ่งหลายรุ่นมาพร้อม
กราฟิกการ์ด 2 ตัวในเครื่องเดียวและทำงานคู่กัน ส่งผลให้เกมเมอร์สามารถสนุกกับเกมได้มากขึ้น ด้วยความลื่นไหลจากเฟรมเรตที่หลายคนต้องทึ่งเลย
ทีเดียว เช่น MSI GT83VR 6RF TITAN SLI ที่มาพร้อมกราฟิก nVIDIA GTX 1080 8GB GDDR5X SLI แรงแน่นอน

9. แฟลชไดรฟ์กลายเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลมหึมา
แม้ว่าเวลานี้จะมีตัวเลือกในการจัดเก็บข้อมูลหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น HDD ที่มีมากกว่า 4TB หรือจะเป็น Cloud Storage ที่เลือกใช้ได้ทั้งฟรีหรือจ่ายเงิน
แค่ต่อเน็ตก็โอนถ่ายไฟล์ร่วมกันได้แล้ว แต่สำหรับในหลาย ๆ บ้าน ยังคงพึ่งพาแฟลชไดรฟ์ เรียกว่าอันเดียวหมุนกันใช้ทั้งบ้าน เพราะสะดวก ไม่ยุ่งยาก
ไม่ว่าจะเป็นไฟล์แบบใดก็เอาอยู่ สำหรับในปี 2017 นี้ การแข่งขันด้านความจุ ไม่ใช่ความจุแค่เพียง Gigabyte เท่านั้น แต่จะมากถึง Terabyte (1000GB) ซึ่ง
ให้ผู้ใช้ใส่ข้อมูล เพลง วิดีโอ และอื่น ๆ สำหรับพีซี โน้ตบุ๊กหรือแม้กระทั่งจอทีวีกันได้อย่างจุใจ เช่นแฟลชไดรฟ์
Kingston DataTraveler® Ultimate Generation Terabyte (GT) ที่มีความจุให้เลือกถึง 2TB เลยทีเดียว

 

ซื้อสินค้าไอทีได้ง่ายดายแค่ Click

   www.itcityonline.com

 

ขอบคุณ http://www.aripfan.com

ที่มาบทความ http://www.aripfan.com/9-things-changed-computer-2017/

ขี้เกียจพิมพ์ ? ใช้ Voice to Text จาก Google สิ !!

How to : ขี้เกียจพิมพ์ ? มาแปลงเสียงพูดให้เป็น Text แทนการพิมพ์ดีกว่า
By ruttakit B - July 12, 2017

สำหรับใครที่ไม่ถนัดพิมพ์ หรือไม่อยากพิมพ์ให้เมื่อย ขอเสนอ How to แปลงเสียงพูดเป็น Text แทนการพิมพ์ ด้วยฟีเจอร์ Voice to Text จาก Google

เราน่าจะเคยเห็นฟีเจอร์ “แปลง Text เป็นเสียงพูด” มาแล้ว (ใน Google Translate น่าจะเล่นกันบ่อย) แต่ถ้ากลับกัน บางคนอาจยังไม่เคยเห็น
จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทาง Google ก็ได้ออกฟีเจอร์ Voice to Text แปลงเสียงพูดให้เป็น Text หรือตัวอักษรได้เลย ล่าสุดได้พัฒนาจนสามารถ
“แยกแยะเสียงไทย” ได้ดีขึ้น พอใช้งานได้จริงบ้างแล้ว ดังนั้น สำหรับใครที่ไม่ถนัดพิมพ์ หรือไม่อยากพิมพ์ให้เมื่อยมือ ลองมาใช้ฟีเจอร์นี้ช่วยบรรเทากันครับ

ขั้นแรก ใครที่ยังไม่มีบัญชี Google ให้ไปสมัครบัญชี Google ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็ Log-In เพื่อเข้าไปที่ “ไดรฟ์” หรือ “Google Drive” ของเราตามภาพ

ในหน้า Google Drive ให้สังเกตที่ตัวเลือก “ไดรฟ์ของฉัน” กดคลิกแล้วเลือก Google เอกสาร (Google Docs)

เมื่อเข้ามาในหน้า Google Docs แล้ว ให้ไปที่ “เครื่องมือ” > “พิมพ์ด้วยเสียง” หรือกด Ctrl + Shift + S ก็ได้

หลังคลิกที่ปุ่มพิมพ์ด้วยเสียงแล้ว ก็จะมีไอคอนรูปไมโครโฟนปรากฏอยู่ซ้ายมือ ให้เราคลิกที่ไอคอนดังกล่าวหนึ่งครั้ง ตัวไอคอนก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง หมายความว่า
“พร้อมบันทึกเสียง” จากเราแล้วนั้นเอง

ปล.
จากที่ลองเทสหลาย ๆ ครั้ง แนะนำว่า ควรใช้ไมโครโฟนอัดเสียงแยกต่างหากจะดีมาก แต่ถ้าไม่มีก็ใช้ Speaker หรือไมค์ติดเครื่องตามปากติก็ได้ แต่ต้องพูดให้เสียงดังฟัง
ชัดที่สุด และตลอดการบันทึกด้วย (ถ้าขาดช่วงไป มันจะยกเลิกบันทึกเสียงทันที) เนื่องจากการแปลงเสียง โดยเฉพาะเสียงภาษาไทย ฟีเจอร์นี้ยังไม่ถึงกับแม่นยำ 100% นัก
ยังมีผิดพลาดเป็นบางโอกาสได้เหมือนกัน

ขอบคุณ http://www.aripfan.com

ที่มาบทความ http://www.aripfan.com/how-to-550/

 

ซื้อสินค้า ไอที ง่ายๆ แค่คลิ๊ก

www.itcityonline.com

5 ขั้นตอนง่ายๆ เปิดแจ้งเตือนอีเมลเข้าใน Gmail บน PC

5 ขั้นตอนง่ายๆ เปิดแจ้งเตือนอีเมลเข้าใน Gmail บน PC
By CK - July 6, 2017

ตั้งแต่มีสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ หลายคนก็ต้องสมัครใช้งาน Gmail บริการอีเมลฟรีของ Google เพื่อผูกการใช้งาน ทั้งนี้ Gmail ก็ยังเป็นแอพฯ
ตัวหนึ่งที่ใช้งานบนเครื่อง PC ได้ด้วย (ผ่านเว็บบราวเซอร์ Chrome) แต่ก็ไม่รู้ทำไม เวลามีอีเมลเข้ามา ใน PC กลับไม่มีแจ้งเตือนเหมือนสมาร์ท
โฟนซะงั้น ดังนั้นเราจะมาเปิดการตั้งค่า ให้ Gmail บน PC มีการแจ้งเตือนเมลเข้าใหม่ทุกครั้งกันดังนี้
เปิดแจ้งเตือนอีเมลเข้าใน Gmail

1. ไปที่ Gmail ของเรา จากนั้นให้มองหาไอคอนรูปฟันเฟือง แล้วคลิกที่ตัวเลือก “การตั้งค่า”

2. ในหน้าตั้งค่า ให้เราเลื่อนหน้านี้ลงมาก็จะเจอหัวข้อ “การแจ้งเตือนทางเดสก์ทอป” ในหัวข้อก็จะมีตัวเลือกอีก 3 ข้อ ให้เราเลือก “เปิดการแจ้ง
เตือนจดหมายใหม่”

3. ถ้าหากว่าสีของหน้าดูจืดไป เราก็สามารถเปลี่ยนสีหน้าที่เขียนได้ตามใจชอบ แล้วแต่ว่าเราจะสะดุดตาสีไหนมากที่สุด

4. เท่านี้ก็จะมีการแจ้งเตือนทุกครั้งที่มีอีเมลใหม่เข้าแล้ว โดยจะปรากฎการแจ้งเตือนตรงมุมล่างซ้ายของหน้าจอ

5. แต่ถ้าเราต้องการให้เฉพาะอีเมลสำคัญเท่านั้น ไม่ต้องทั้งหมด ใน 3 ตัวเลือกก่อนหน้าให้เราเลือก “เปิดการแจ้งเตือนจดหมายสำคัญ” จากนั้นให้ไปติดดาว
(ตามภาพ) ในเฉพาะอีเมลที่เราคิดว่าสำคัญ เป็นอันเสร็จ

เรียบเรียงโดย Barameed

 

ขอบคุณ http://www.aripfan.com

ที่มา http://www.aripfan.com/notification-gmail-on-pc/

6 สิ่งที่คนใช้ Facebook ต้องรู้และต้องระวัง !

6 สิ่งที่คนใช้ Facebook ต้องรู้และต้องระวัง !
เครดิต http://www.aripfan.com
ที่มาบทความ http://www.aripfan.com/6-things-use-facebook-be-careful/
By CK - June 27, 2017

ทุกวันนี้หลายคนใช้ Facebook วันละหลายชั่วโมง ทั้งการสื่อสารกับเพื่อน การรับชมวีดีโอ เสพข่าว เกาะติดเรื่องราวในสังคม รวมไปถึงการแชร์เรื่องราว
ของตัวเอง แต่เราไม่มีทางรู้ได้ว่าในขณะที่เราแชร์เรื่องส่วนตัวลง Facebook นั้น มีใครบ้างที่แอบติดตามเราอยู่ หรือบางครั้งเราไม่ทันคิดถึงเรื่องตามมาในสิ่งที่เราโพสต์ออกไป

 

6 สิ่งต่อไปนี้ เป็นสิ่งเตือนใจให้ระวังการโพสต์บน Facebook ลองเช็คดูครับว่าอะไรบ้างที่คุณทำอยู่

1. วันเกิด

บางคนอาจคิดว่าการตั้งวันเกิดไว้ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แถมยังดีซะอีกพอถึงวันเกิดจะได้มีคนมาอวยพร แต่ในความเป็นจริงแล้ว วันเดือนปีเกิดเป็นส่วนหนึ่งของข้อมูลส่วนตัว
หากรวมชื่อและนามสกุลจริงที่ตั้งไว้เป็นชื่อ Facebook ด้วยแล้ว ยิ่งเป็นการง่ายที่จะทำให้มิจฉาชีพ หรือแม้กระทั่งแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวเพื่อทำบางสิ่งบางอย่าง
ที่เป็นภัยต่อตัวเราได้ง่ายขึ้น

2. หมายเลขโทรศัพท์

โดยส่วนตัวแล้วเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องแปลกซะหน่อย เพราะโดยปกติแล้วคงไม่มีใครโพสต์เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวในหน้า Facebook จะมีระบุไว้ก็เฉพาะแฟนเพจหรือธุรกิจต่างๆ
ที่โพสต์ไว้เพื่อให้ลูกค้าติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูล แต่เรื่องเหล่านี้อาจมีผู้ใช้บางรายที่เผลอหรือชะล่าใจโพสต์เบอร์โทรศัพท์ไว้กับบัญชีส่วนตัว เพื่อบอกเพื่อนในกรณีเปลี่ยนเบอร์ใหม่

3. การเช็คอิน

เป็นเรื่องยอดฮิตที่เชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะเช็คอินตำแหน่งที่อยู่ โดยเฉพาะเมื่อมีโอกาสไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อสื่อสารให้เพื่อนใน Facebook รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน ดูเหมือน
ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ แต่ถ้าเป็นบางคนที่ชอบเช็คอินที่เดิมๆ ซ้ำๆ เป็นประจำ อาจเป็นที่สนใจของกลุ่มมิจฉาชีพที่แฝงตัวอยู่ตาม Facebook ฉะนั้นแล้วการเช็คอินเป็นเรื่องที่ควรระวังและ
ไม่ควรชะล่าใจครับ

4. การบ่นเรื่องที่ทำงาน

การโพสต์ติติงหรือบ่นเรื่องงานโดยอารมณ์ชั่ววูบ อาจเป็นสาเหตุทำให้เราตกงานได้ !! และการสมัครงานในยุคนี้ พฤติกรรมการโพสต์ใน Facebook เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบประ
วัติของบริษัทบางแห่งด้วยเช่นกัน

5. ภาพบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคาร

จากประสบการณ์ตรงเคยพบว่ามีเพื่อนบางคนโพสต์บัญชีธนาคารลงบน Facebook เพื่อสื่อสารให้โลกรู้ว่าเงินในบัญชีนี้ได้มาอย่างไรและกำลังจะไปทำอะไร โดยไม่ปิดบังหมายเลขและ
ชื่อเจ้าของบัญชีแต่อย่างใด นับว่าการโพสต์ในลักษณะดังกล่าวไม่ควรอย่างยิ่ง !! เพราะเราไม่รู้หรอกว่ามีใครหน้าไหนที่ไม่หวังดีแอบเซฟรูป เพื่อนำหมายเลขและชื่อเจ้าของบัญชีแอบไป
กระทำธุรกรรมอื่นๆ หรือไม่

6. หน้า Boarding pass

ทุกวันนี้สังเกตได้ว่าผู้คนนิยมไปเที่ยวต่างประเทศมากขึ้น และก่อนจะขึ้นเครื่องพฤติกรรมหนึ่งที่เจอบ่อย คือ ถ่ายภาพหน้า Boarding pass หรือตั๋วเครื่องบิน เพื่อบอกว่าฉันกำลังจะไปที่ไหน
ด้วยความตื่นเต้นสนุกสนานจนลืมปิดบาร์โค้ด เป็นการเชื้อเชิญให้แฮกเกอร์นำบาร์โค้ดที่เห็นไปสแกนเพื่อล้วงข้อมูลส่วนตัวได้ของเจ้าของตั๋วได้

จากทั้ง 6 ข้อ ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่รู้อยู่แล้วครับ แต่ก็ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังสนุกกับการใช้ Facebook เพื่อแชร์และบอกเล่าเรื่องราวตัวเอง จนบางครั้งไม่ทันระวังในสิ่งที่โพสต์ออกไป
ซึ่งทุกวันนี้เราก็จะเห็นได้ตามสื่อที่นำเรื่องราวบน Facebook มาเล่นข่าวว่า “หากโพสต์ผิด ก็อาจทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ทันที”

 

 

เครดิตรูปภาพ
https://jewel92.com
https://www.beartai.com
https://media.wired.com
http://marketingland.com
https://storylog.co
https://maxcdn.icons8.com

 

10 เรื่องของ Android ที่มือใหม่มักเข้าใจผิด !

10 เรื่อง Android  ที่มือใหม่มักเข้าใจผิด !

 

By:CK

เรามาดูซิว่า 10 เรื่องง่าย ๆ ที่มือใหม่เข้าใจผิดนั้นมีอะไรบ้าง

1.อย่าคาดหวังว่าจะทำได้เหมือน iPhone
หลาย ๆ คนอาจจะคิดว่า Android ก็เหมือน ๆ iOS แม้ว่าบางทีหน้าตาอินเทอร์เฟซอาจจะคล้าย ๆ โทรศัพท์ แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่ iOS อย่ามโนว่าหน้าคล้ายแล้วจะใช้ได้นะครับ
ระบบการทำงานจริง ๆ มันคนละเรื่องเลย แต่ถ้าลองศึกษาดี ๆ ก็จะพบข้อดี และฟีเจอร์บางอย่างที่ทำได้คล้าย ๆ iOS บางทีอาจจะดีกว่าด้วยซ้ำ

 

 

2.ปลอดภัยไว้ก่อน
มือใหม่ทั้งหลายพึงระลึกไว้เสมอว่า ความปลอดภัยมาเป็นที่หนึ่ง ตั้งพาสส์เวิร์ด สแกนนิ้ว หรือทำอะไรก็ได้จากฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยที่มี เพื่อเป็นการรักษาความ
ปลอดภัยมือถือของคุณ หากเป็นการใช้งาน Google Account ก็เลือกระบบการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน เรียกว่าทำให้มือถือของคุณปลอดภัยมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

3.ใช้เมล์ได้ แต่ไม่ POP
หากต้องการซิงก์ระบบอีเมลจากแอ็กเคานต์ของคุณเองลงในมือถือ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ POP Mail ถ้าคุณไม่เข้าใจระบบดีพอ เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะเจอปัญหาไฟล์หรือ
จดหมายไปจากเครื่องที่ทำงานหรือที่บ้าน ใช้แบบ SMTP จะดีกว่า

 

4.Widgets มีไว้ก็ดี แต่ไม่มีดีกว่า
ในมือถือรุ่นใหม่ ๆ จะมีการแถม Widgets มาให้อย่างมากมาย จนบางครั้งไม่รู้จะใช้อะไร Widgets เองก็มีประโยชน์ในตัวของมันอยู่ที่สามารถเรียกข้อมูลต่าง ๆ มาดูได้โดยไม่ต้อง
เปิดแอพฯ ให้วุ่นวาย แต่ตัว Widgets เองก็เป็นหนึ่งในต้นเหตุของแบตฯ มือถือหมดเร็ว โดยเฉพาะ Widgets ที่มีการเรียกดูข้อมูลจากออนไลน์ ทางที่ดีเลือก Widgets ที่จำเป็นสัก
สองสามอันก็น่าจะเพียงพอแล้ว

 

5.อย่ามองข้าม Gmail
มือถือ Android กับ Google เป็นการจับคู่ที่ลงตัว การใช้งานมือถือจะต้องผูกกับแอ็กเคานต์อีเมล ถ้าคุณใช้อีเมลที่ไม่ใช่ Gmail ให้ลองสมัครและเปลี่ยนมาลงทะเบียนที่มือถือด้วย
Gmail แล้วคุณจะพบว่ามีฟีเจอร์ดี ๆ จาก Google รอคุณอยู่

 

6.Permission อ่านบ้างก็ได้
เวลาติดตั้งแอพพลิเคชันใหม่ ๆ ลงไป มันจะมีหน้า Permission แสดงขึ้นมาเพื่อบอกว่า แอพฯ ตัวนี้จะเข้าถึงระบบในส่วนไหนของเครื่องบ้าง เช่น รูป ข้อมูลส่วนตัว หรืออื่น ๆ บางคน
ไม่อ่าน Permission ให้ดี ข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกส่งออกไปโดยที่เราไม่ยินยอม อ่าน Permission สักนิดเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

 

7.Bluetooth ไม่ใช้ให้ปิด
หากคุณไม่ได้มีการเชื่อมต่อมือถือกับอุปกรณ์ Bluetooth ใด ๆ เลย ให้ปิดการใช้งาน Bluetooth ซะ เพราะมันจะเปลืองแบตเตอรี่โดยไม่จำเป็น เช่นเดียวกับการใช้งาน WiFi ถ้าไม่ใช้ก็ปิดซะ
เพื่อประหยัดแบตฯ

 

8.แอพฯ ไม่ใช้ก็เอาออกไป
ลองสำรวจเครื่องตัวเองอีกที ว่ามีแอพฯ อะไรที่ไม่ได้ใช้งานบ้างไหม หรือใช้งานน้อยจนคิดว่าไม่มีก็ได้ Uninstall แอพฯ เหล่านี้ออกไป เพื่อประหยัดแบตฯ และเพิ่มพื้นที่ในการเก็บข้อมูล

 

9.เข้าใจ แล้วจะใช้เป็น
ข้อแตกต่างระหว่าง Android กับ iOS คือความซับซ้อนของระบบและการควบคุม ในมือถือ Android จะมีระบบควบคุมค่อนข้างเยอะและซับซ้อน มือใหม่อาจจะใช้ได้แค่ปรับเสียงริงโทน
และลดความดังของลำโพง หลังจากใช้ไปสักพักเมื่อเริ่มมีความชำนาญ คุณจะพบฟีเจอร์ดี ๆ มากมาย เลือกใช้เท่าที่จำเป็น แล้วคุณจะพบว่ามือถือของคุณทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

 

10.อย่าลืมอัพเดต
แม้ว่าจะเสียเวลาสักหน่อย แต่คอยหมั่นอัพเดตทั้งตัวระบบปฏิบัติการและแอพฯ อยู่เสมอ ๆ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานของคุณ และถ้าไม่จำเป็นอย่าเห็นแก่ของฟรีด้วยการ Root
เครื่อง เพราะนอกจากจะทำให้หมดประกันแล้ว ยังเสี่ยงต่อการถูกแฮกเครื่องอีกด้วย

เรียบเรียงโดย ธนกิตติ์ ขยันการนาวี

จาก www.aripfan.com

ที่มาของบทความ http://www.aripfan.com/android-to-know/

 

ช้อปปิ้งสินค้าไอทีง่าย ๆ จากที่ไหนก้ได้แค่คลิก

Microsoft ประกาศอัพเดทใหญ่ Windows 10 อีกครั้ง !!

Microsoft ประกาศอัพเดทใหญ่ Windows 10 อีกครั้ง กันยายนนี้
By CK - May 12, 2017

ในงาน Build 2017 งานประชุมนักพัฒนาประจำปีของ Microsoft มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า Windows 10
จะได้รับการอัพเดทครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (Fall) หรือตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้เป็นต้นไป

 

อัพเดท Windows 10 จะมีขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้เป็นต้นไป

 

สำหรับชื่ออัพเดทใหญ่รอบถัดไปสำหรับ Windows 10 ไม่ต้องคิดชื่อให้สวยหรู เพราะ Microsoft จะยังใช้ชื่อ “Creators Update”
เช่นเดียวกับการอัพเดทหนล่าสุด ซึ่งรอบนี้จะมุ่งเน้นเรื่องของการนำประสบการณ์จาก Windows เชื่อมโยงไปยังอุปกรณ์ประเภท iOS
และ Android

– หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงคาดว่าจะได้เห็นเด่นชัดที่สุด นั่นคือ โฉมดีไซน์แบบใหม่ที่เรียกว่า “Fluent Design System” ที่พัฒนาขึ้นโดย
Microsoft

– เครื่องมือใหม่ที่เรียกว่า “Cloud-powered Clipboard” ที่ช่วยตัดและคัดลอกเนื้อหาบางส่วนจากแอพใน Windows และนำมาวางลงใน
Android หรือ iOS ก็ได้

– รวมไปถึงรูปแบบของการซิงค์ OneDrive แบบใหม่

จากที่กล่าวไปนี้เป็นส่วนหนึ่งในของใหม่ที่จะเกิดขึ้นใน Windows 10 “Creators Update รุ่นใหม่” ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบ
ไม้ร่วง(Fall) ตั้งแต่เดือนกันยายนปีนี้เป็นต้นไป

ที่มา TheVerge

ที่มาบทความ http://www.aripfan.com/microsoft-build-2017-windows-10-new-creators-update/